1. วัดพุทธบาทภูควายเงิน เชียงคาน
“พระพุทธบาทภูควายเงิน” โบราณสถานเก่าแก่ทางพระพุทธศาสนาอีกแห่งหนึ่ง ในอำเภอเชียงคานจังหวัดเลยถือเป็น ศาสนสถาน ศักดิ์สิทธิ์ สำคัญที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองเชียงคานมานาน แต่อดีตซึ่งในครั้งเก่าก่อนเชื่อกันว่า ใครก็ตามที่จะมาถึงวัดพระพุทธบาทภูควายเงินได้ ต้องเป็นผู้ที่มีบุญวาสนาจริงๆ เท่านั้น ส่วนคนที่มีบุญหรือมีวาสนาไม่ถึงก็จะมีเหตุและอุปสรรค์ต่างๆ ทำให้มาไม่ได้ทั้งที่ตั้งใจไว้อย่างเต็มที่แล้วก็ตาม
2. วัดศรีคุณเมือง เชียงคาน
“วัดศรีคุณเมือง” หรือ “วัดใหญ่” หนึ่งในหลายศาสนสถานสำคัญและถือเป็นจุดศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านที่นี่ ตั้งอยู่บนถนนชายโขง ระหว่างซอยศรีเชียงคาน 6 และซอยศรีเชียงคาน 7 วัดนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2485 และถือเป็นวัดเก่าแก่ที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองเชียงคานมาอย่างยาวนาน และทุกวันพระรวมถึงวันสำคัญทางพุทธศาสนา วัดแห่งนี้จะคลาคล่ำไปด้วยผู้คน ซึ่งมีทั้งชาวเชียงคานเองรวมถึงนักท่องเที่ยวผู้มาเยือน ที่ต่างก็พร้อมใจกันมาร่วมทำบุญตักบาตร ฟังเทศน์ ฟังธรรมกันอย่างถ้วนหน้า
ครั้งแรกที่มาถึง เมื่อเราเดินผ่านกำแพงแก้วเข้ามาภายในบริเวณวัด ก็ต้องสะดุดตากับโบสถ์เก่าแก่ที่มีหลังคาลดหลั่นกันลงมาตามแบบศิลปะล้านนา อยู่เบื้องหน้า นอกจากนี้บริเวณผนังด้านหน้าของพระอุโบสถยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง ปรากฏให้เห็นอยู่เต็มหน้าบรรณ ซึ่งภาพทั้งหมดนี้เป็นภาพนิทานชาดกชุด พระเจ้าสิบชาติ และถ้าสังเกตยังบริเวณด้านล่างของภาพจะเห็นว่ามีรูปรถตุ๊กตุ๊กอยู่ด้วย ทำให้สันนิฐานได้ว่า น่าจะเป็นภาพที่ถูกเขียนขึ้นมาใหม่หรืออาจมีการแต่งเติมลงไปบนภาพเขียนเดิม ก็เป็นได้
3. แก่งคุดคู้ เชียงคาน
แก่งคุดคู้ ห่างจากตัวอำเภอเชียงคานประมาณ 3 กิโลเมตร หากใครมาเที่ยวเชียงคาน มักจะไม่พลาดที่ จะ เดินทางไปยลโฉม ความสวยงามของแก่งคุดคู้ ก่งขนาดใหญ่ แห่งหนึ่งของไทย ที่เกิดจากการทอดตัว ของ แนวหิน ลงใน แม่น้ำโขง ประกอบด้วย หินก้อนใหญ่ ๆ เป็นจำนวนมากจากการที่หินเหล่านี้อยู่ใต้น้ำเป็นเวลานาน ทำให้หินเหล่านี้มีสีสันสวยงาม ตัวแก่งกว้างใหญ่เกือบจรด สองฝั่งแม่น้ำโขง มีกระแสน้ำไหลผ่านไป เพียงช่องแคบ ๆ ใกล้ฝั่งไทยเท่านั้นเอง ซึ่งกระแสน้ำเชี่ยวกราก เวลาที่เหมาะจะชม แก่งคุดคู้ที่สุดคือ เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นเวลาที่น้ำแห้ง มองเห็นเกาะแก่งชัดเจน และสามารถเดินลงไปเพื่อสัมผัส บรรยากาศ ของริมน้ำโขงได้อย่างใกล้ชิดได้ ซึ่งบริเวณนี้จะเป็นหาดทรายกว้างและหินก้อนกลมเงาเรียงรายกันนับร้อยนับ พันก้อน
4. พระใหญ่ภูคกงิ้ว เชียงคาน
พระพุทธนวมินทรมงคลลีลาทวินคราภิรักษ์ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า “พระใหญ่ภูคกงิ้ว” แห่งวัดปากน้ำเหือง เป็นพระพุทธรูปปางลีลาประทานพร สีเหลืองทองอร่าม หล่อด้วยไฟเบอร์ผสมกับเรซิ่น องค์พระมีความสูง 19 เมตร และมีฐานกว้าง 7.2 เมตร จัดสร้างโดยกองทัพภาคที่ 2 และประชาชน ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เจริญพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ และในมหามงคลแห่งพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส ครบ 50 ปี เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวงที่ทรงมีแก่พสกนิกรในพื้นที่ภาคตะวัน ออกเฉียงเหนือ โดยได้อัญเชิญปฐวีธาตุอันศักดิ์สิทธิ์ จากพระธาตุพนม พระธาตุเชิงชุม พระธาตุบังพวน พระธาตุขามแก่น พระธาตุนาคูน และพระธาตุศรีสองรัก มาบรรจุไว้ใต้ฐานองค์พระพุทธรูป รวมทั้งได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุไว้ในพระเกศขององค์พระพุทธรูปด้วย ส่วนชื่อ “พระพุทธนวมินทรมงคลลีลาทวินคราภิรักษ์” นี้ สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก เป็นผู้ประทานนามให้ ซึ่งมีความหมายว่า พระพุทธรูปปางลีลาประทานพรที่สร้างขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลในรัชสมัย รัชกาลที่ 9
5. ภูทอก เชียงคาน
ภูทอก จุดชมวิวทะเลหมอกที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว ที่มาเที่ยวเชียงคาน มีลักษณะเป็นภูเขาสูง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง บนยอดภูเป็นที่ตั้งของสถานีโทรคมนาคมเชียงคาน และเป็นจุดชมวิวทิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ของอำเภอเชียงคาน และลำน้ำโขงได้โดยรอบ ตั้งอยู่บนถนนสายเดียวกันกับแก่งคุดคู้ซึ่งห่างจาก ตัวอำเภอ เชียงคานประมาณ 3 กิโลเมตร ใครที่ได้แวะมาเที่ยวเชียงคาน ไม่ควรพลาดการไปชมทะเลหมอกในยามเช้าที่นี่ นอกจากนี้ภูทอกยังเป็นจุดชมวิวชมความงามของแม่น้ำโขง เมืองสานะคาม และแก่งคุดคู้ได้อย่างชัดเจน ส่วนทะเลหมอกนั้นจะเจอมากน้อยหรืออาจจะไม่เจอเลย ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละวัน
การเดินทางจากตลาดเชียงคานใช้ทางหลวงหมายเลข 211 ไปทาง อ.ปากชม เมื่อผ่านทางแยกเข้าแก่งคุดคู้ไปไม่ไกล จะพบทางแยกขวามือปากทางมีป้ายสถานีโทรคมนาคม เชียงคาน สู่เส้นทางขึ้นยอดภูทอก โดยต้องจอดรถไว้ที่ปากทางขึ้นภูทอก และให้ใช้บริการรถสาธารณะที่ทางอำเภอเชียงคานได้จัดไว้ ค่าโดยสารประมาณคนละ 25 บาท
6. วัดภูช้างน้อย เชียงคาน
จังหวัดเลย นั้นนับว่าเป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสำคัญอย่างมากของประเทศไทย เพราะความสวยงามของธรรมชาติและอากาศที่แสนจะเย็นสบายก็ทำให้จังหวัดกันชนระหว่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลางตอนบนแห่งนี้มีชื่อเสียงอย่างมากในเรื่องของการท่องเที่ยว รวมทั้งที่อำเภอริมแม่น้ำโขง ที่มีชื่อเสียงและความสวยงามเป็นอย่างมากอย่าง อำเภอเชียงคาน ก็นับว่าเป็นจุดหมายปลายทางของบรรดานักท่องเที่ยวหลายๆ คนเลยทีเดียว โดยมีที่เที่ยวอำเภอเชียงคาน ที่มีความสวยงามและน่าสนใจอย่าง วัดภูช้างน้อย ซึ่งหากคุณมีโอกาสมาเที่ยวอำเภอเชียงคานแล้วไม่ควรพลาดแวะมาเที่ยวชมซักครั้ง
7.ถนนคนเดิน เชียงคาน
ตลอดแนวบนถนนชายโขงตั้งแต่ซอย 5 จนถึงซอย 20 ทุกเย็นยํ่าจนถึงประมาณสี่ทุ่ม ใครต่อใครสามารถเดินดื่มดํ่าบรรยากาศ หาของกินเอร็ดอร่อย ถ่ายรูปกับของตกแต่งจากร้านค้าน่ารักๆ หรือเลือกซื้อสินค้ากิ๊บเก๋ เสื้อผ้าสกรีนลายเท่ กระเป๋าแฮนด์เมด โปสการ์ด พวงกุญแจ และอะไรต่อมิอะไรติดมือ ที่สำคัญทุกร้านการันตีความเป็นกันเอง ร้านสองผัวเมีย มีสินค้าพื้นเมืองอย่างดอกไม้ไทดำ โคมแขวนแฮนด์เมดอันเป็นเครื่องลางแห่งความโชคดี ขณะที่ร้านภูฝ้ายมีเสื้อปักสวยๆ ให้เลือกสรร ร้านไอเดีย ดีดี ถือเป็นร้านขายของที่ระลึกแห่งแรกในเชียงคานซึ่งยังคงได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลายจากทั้งนักช็อป ตากล้อง และนางแบบนายแบบ หรือร้านจำเลยรักที่เต็มไปด้วยโปสการ์ดกับของกระจุ๋มกระจิ๋ม สำหรับร้านใช่เลย ณ เชียงคาน คงถูกอกถูกใจนักสะสมของเก่า นี่แค่ตัวอย่างคร่าวๆ เพราะถ้าจะให้สาธยายทั้งหมดคงต้องใช้เนื้อที่เป็นเล่ม!
8. หมู่บ้านวัฒนธรรมไทดำ เชียงคาน
จากตัวเมืองเชียงคานออกไปราว 17 กิโลเมตร ณ บ้านนาป่าหนาด ที่นี่ถือเป็นหมู่บ้านของชาวไทดำเพียงแห่งเดียวในภาคอีสาน ที่ยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของตนไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ถึงแม้เวลาจะล่วงเลยผ่านไปนานแล้วกว่าร้อยปีก็ตาม
ไทดำ บ้านนาป่าหนาด เป็นกลุ่มชาวไทกลุ่ม หนึ่งที่เคยตั้งรกรากอยู่ในเมืองไทดำ บริเวณลุ่มแม่น้ำดำและแม่น้ำแดงในเขตเวียดนามเหนือ เมื่อปี พ.ศ.2425 สมัยสงครามฮ่อ และหลังจากสงครามยุติลง ไทดำส่วนหนึ่งจึงได้อพยพผ่านเข้ามาสู่ประเทศไทย กลุ่มหนึ่งที่เรารู้จักกันดีก็คือ “ไทดำ” หรือ “ลาวโซ่ง” ที่อยู่ในเขตจังหวัดเพชรบุรี ส่วนหนึ่งจะอาศัยอยู่ทางภาคกลาง ส่วนกลุ่มสุดท้ายก็อาศัยอยู่ที่บ้านนาป่าหนาด จังหวัดเลย นี่เอง นอกจากนี้ ไทดำที่อพยพเข้ามายังบ้านนาป่าหนาดแห่งนี้ ส่วนใหญ่ยังเป็นไทดำชนชั้นราชวงศ์แทบทั้งสิ้นอีกด้วย
9. วัดท่าแขก เชียงคาน
วัดท่าแขก อยู่ห่างจากอำเภอเชียงคานประมาณ 2 กิโลเมตรครับ หากใครมาเที่ยวเมืองเชียงคาน จะแวะไปที่แก่งคุดคู้ก่อนก็ได้ แล้วขากลับเข้าตัวเมืองเชียงคานก็แวะไหว้พระ ณ วัดท่าแขกแห่งนี้
ณ บริเวณใกล้เคียงวัดท่าแขก มีโรงเรียนมูลมังหลวงปู่ชอบฐานสโม และรูปปั้นเหมือนหลวงปู่ชอบ ฐานสโม ซึ่งท่านเป็นพระอาจารย์สายกรรมฐานที่สำคัญ และท่านเป็นประธานองค์อุปถัมภ์ในการบูรณะและฟื้นฟูวัดท่าแขก อีกทั้ง ท่านมีดำริอยากสร้างโรงพยาบาล และสร้างโรงเรียนการกุศลเพื่อสงเคราะห์เด็กยากจน คณะศิษยานุศิษย์ของหลวงปู่ชอบ ฐานสโม จึงได้ร่วมกันก่อตั้งโรงเรียนมูลมังหลวงปู่ชอบ ฐานสโม ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2547 และเริ่มเปิดทำการเรียนการสอนในปี 2548
10. วัดท่าคก
วัดท่าคก ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นที่แม่น้ำโขงเว้นเข้ามาในแผ่นดิน ได้สร้างขึ้นเพื่อป้องกันกลอุบายของฝรั่งเศสที่คิดจะมาเช่าผืนแผ่นดินสยามไว้เก็บสินค้า และไม่ให้รุกล้ำพื้นที่เข้ามา จึงได้สร้างวัดท่าคกกันพื้นที่เอาไว้ วัดท่าครกถือว่าเป็นปูชนียสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งในอำเภอเชียงคาน และยังเป็นแหล่งรวมงานศิลปะและวัฒนธรรมจากหลายชนชาติอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นอุโบสถที่มีศิลปะลวดลายแบบฝรั่งเศสอยู่ตรงบริเวณด้านหน้าโบสถ์และขอบหน้าต่าง ส่วนตัวอุโบสถจะเป็นอาคารก่ออิฐถือปูนตามแบบศิลปะล้านช้าง ตกแต่งด้วยปูนปั้นเพดานไม้วาดลายเขียนสีแบบโบราณ ภายในยังเป็นที่ประดิษฐานพระประธานปางมารวิชัย ทั้งนี้บริเวณหน้าโบสถ์ยังมีศิลาจารึกที่บ่งบอกถึงเรื่องราวการสร้างวัด ที่เขียนด้วยตัวอักษรธรรมอีสานเอาไว้ด้วย
จัดทำโดย
กาญจนา พรสุขศิริ ปรับปรุงล่าสุด 20 กรกฎาคม 2559
painaidii (ม.ป.ป). ที่เที่ยวเชียงคาน - 10 ที่เที่ยวเชียงคานยอดนิยม เมืองแห่งความสงบ ค้นเมื่อ 11 กรกฎาคม 2559,
จาก http://www.painaidii.com/diary/diary-detail/001200/lang/th/











ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น